เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยเห็นคนที่มีอาการสั่นอยู่เป็นประจำ ทั้งมือสั่น ขาสั่น การเคลื่อนไหวที่ช้าลง การไม่แสดงสีหน้า การพูดเสียงเบา โดยอาการเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุจะทำให้หลายคนไม่ค่อยสนใจหรือใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไปกับผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้วอาการดังกล่าวจะเป็นสัญญาณที่ชี้ว่า เป็นโรคพาร์กินสันนั่นเอง และหากผู้ที่เป็นอาการเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและทันเวลา จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้เลยทีเดียว
รู้จักกับโรคพาร์กินสัน ภัยร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคพาร์กินสันจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในสมองส่วนที่มีการผลิตสารโดพามีน ที่เป็นสารช่วยในเรื่องของการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้ร่างกายของทุกคนสามารถทรงตัวได้อย่างปกติ และเมื่อระบบประสาทและสมองในส่วนนี้เกิดการเสื่อมแล้ว จะส่งผลให้การผลิตสารโดพามีนลดลงจนก่อให้เกิดความผิดปกติในด้านการเคลื่อนไหวได้นั่นเอง อย่างเช่น การเกิดมือสั่น การเคลื่อนไหวช้า ขาสั่น หรือการทรงตัวที่ลำบากมากกว่าเดิม
รู้เท่าทันอาการของโรคพาร์กินสัน
โรคพาร์กินสันจะถือเป็นโรคที่ค่อนข้างร้ายแรงเลยทีเดียว และโดยปกติแล้วอาการของโรคพาร์กินสันนั้นจะไม่มีการแสดงอาการแบบเฉียบพลันเหมือนกับโรคทางสมองโรคอื่น ๆ และแต่ละบุคคลจะมีการแสดงอาการมากน้อยที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น อาการมือสั่น อาการขาสั่นขณะนั่งพัก และเมื่อมีคนทักจะหยุดสั่น อาการเคลื่อนไหวร่างกายช้า หรือการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่ได้ดั่งใจ
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากร่างกายข้างใดข้างหนึ่งก่อน การเดิมช้า การก้าวสั้น การเดินโน้มตัวไปข้างหน้า ไม่แกว่งแขน ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ การพูดเบา หรือบางคนอาจจะพูดเร็วเกินไปจนไม่สามารถจับใจความได้ เป็นต้น
ทั้งนี้การรักษาโรคพาร์กินสันจะสามารถทำได้ด้วยการรับประทานยา เพื่อปรับสมดุลสารโดพามีนในสมอง ซึ่งการรับประทานยาส่วนใหญ่จะได้ผลดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการรักษาในช่วงแรก ๆ นอกจากนี้สำหรับผู้ที่เป็นโรคพาร์กินสันยังสามารถเข้ารับการบำบัดเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เช่นเดียวกัน หรือหากใครเป็นหนักก็สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
โรคพาร์กินสันจะเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายแรง ที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็วจะมีความเสี่ยงให้พิการสูงเป็นอย่างมาก หรืออาจจะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้เลยทีเดียว ดังนั้นในส่วนนี้ลูกหลานควรสังเกตพฤติกรรมของผู้สูงอายุเอาไว้บ่อย ๆ เพื่อที่จะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างทันท่วงที
